เมื่อนึกถึงต้นกล้วยคุณนึกถึงอะไรกันบ้างครับ ดอก ใบ ลำต้น หรืออะไรหลายๆ อย่างที่ชวนให้คิดถึงต้นไม้มหัศจรรย์ชนิดนี้ ในความคิดของตัวผมเองเมื่อคิดถึงต้นกล้วย ผมคงนึกถึง“ผู้หญิง”ครับ ทำไมนะหรือ? คงเป็นเพราะทุกครั้งที่ผมเห็นต้นกล้วย ภาพของคุณยายกำลังห่อขนมห่อข้าวต้ม ภาพของกระทงใส่ของจนถึงบายศรีในงานบุญใหญ่ๆประจำปี ภาพของอาหารที่มีส่วนประกอบจากส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นหยวกกล้วย ใบกล้วยห่อกะปิย่างไฟ ปลีหรือดอก ผลกล้วยดิบ ผลกล้วยสุก ก้านกล้วยที่เอามาสับผสมกับเนื้อสัตว์ต่างๆ ทำเพื่อทำเป็นลาบ จนถึงภาพของยาแก้ท้องเสียที่เวลาเด็กๆ ท้องเสียยายหรือตาจะเอายางของต้นกล้วยมาหยอดลงคอเด็กๆ แก้ท้องเสีย (พึ่งจะมารู้ทีหลังด้วยว่ายางจากต้นกล้วยช่วยบรรเทาอาการของโรคกระเพาะด้วย) ซึ่งทุกภาพกิจกรรมต้นกล้วยจะดูสนิทสนมกับผู้หญิงอย่างคุณยาย ป้าๆ น้าๆ ชนิดที่ว่าผู้หญิงสมัยก่อนนี่คงจะรู้ใจต้นกล้วยดีกว่าผู้ชายเป็นแน่แท้
เมนูวันนี้ผมขอเสนอเมนูจากดอกของกล้วย หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าปลีกล้วยซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงคุณผู้หญิงทั้งหลายและเป็นเมนูเรียกน้ำนมสำหรับคุณแม่ที่พึ่งคลอดลูกด้วยครับ เรามาเริ่มทำกันดีกว่า
ส่วนประกอบและเครื่องปรุงหัวปลีต้มกะทิ
- หัวปลีขนาดย่อม 2 หัว
- หัวกะทิ 1 ถ้วย (ถ้าคั้นเองมะพร้าวประมาณ 1 ลูก )
- น้ำมะขามเปียกประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ (หรือรสชาติตามต้องการ)
- หอมแดงประมาณ 1-2 หัว
- ต้นน้ำนมราชสีห์ประมาณ 5-6 ยอด (ในกรณีที่หาไม่ได้ไม่ใช้ก็ไม่เป็นไรครับ)
- เกลือป่นสำหรับปรุงรสและคั้นกะทิ
- ใบมะกรูด
- ข่าอ่อน
- ตะไคร้
- น้ำปลา (สำหรับท่านที่มังสวิรัติใช้ซีอิ้วขาวแทนได้เช่นกัน)
- ใบมะขามอ่อน (ถ้ามี)
- ผักชีฝรั่ง
- มะนาว
การเตรียมวัตถุดิบ
- นำหัวปลีไปเผาให้สุกทั่วกันทุกด้าน (วิธีนี้จะทำให้หัวปลีที่แกงนุ่มไวขึ้น แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องเผาก็ได้ครับ)
- ระหว่างที่รอหัวปลีเผาอยู่เราจะมาคั้นกะทิกัน โดยที่หลังจากที่ขูดมะพร้าวเรียบร้อยแล้วนำมะพร้าวมาเคล้าเกลือซักหยิบมือแล้วนำไปนึ่งประมาณ 5นาที (วิธีนี้จะทำให้น้ำกะทิมีความมันมากขึ้นเพราะเกลือและความร้อนจะช่วยขับน้ำมันในเนื้อมะพร้าวออกมาอีกทั้งยังทำให้กะทิไม่เสียง่ายอีกด้วย) เสร็จแล้วเติมน้ำร้อนลงไปในเนื้อมะพร้าวแล้วคั้นเอาแต่น้ำกะทิวิธีทำ
- นำหม้อกะทิใส่น้ำมะขามเปียกนำไปตั้งไฟให้เดือดใส่ตะไคร้ หอมแดง ข่าอ่อน ฉีกใบมะกรูด และต้นน้ำนมราชสีห์ลงไปในหม้อ
- ลอกหัวปลีออกเอาเฉพาะส่วนสีขาวด้านในแบ่งเป็นสี่ส่วนตามยาว ทาด้วยมะนาวฝานซีกเพื่อป้องกันหัวปลีดำแล้วหั้นเป็นชิ้นประมาณ 1 นิ้ว (สำหรับหัวปลีที่เผาแล้วไม่ต้องทามะนาวก็ได้) เทลงไปในหม้อต้มให้หัวปลีนุ่ม
- ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา น้ำมะนาว ฉีกใบผักชีฝรั่งโรยตามลงไป (ผมแอบใส่ใบมะขามอ่อนลงไปด้วยถ้าใครมีก็ใส่ได้ไม่มีก็ไม่เป็นไรแต่ต้องไม่ปรุงรสเปรี้ยวมากในตอนแรกเพราะใบมะขามอ่อนก็มีรสเปรี้ยวอยู่แล้ว) เสร็จแล้วคดข้าวใสจานมารอได้เลยครับ






หัวปลีต้มกะทิสูตรนี้เป็นแกงที่เหมาะกับคุณแม่มือใหม่เพราะมีทั้งหัวปลีที่ช่วยบำรุงมดลูกและหน้าอกและต้นน้ำนมราชสีห์ที่เป็นตัวช่วยในการเรียกน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่ด้วย อีกทั้งความเชื่อเรื่องพฤกษาเคมีที่ว่าพืชผักผลไม้ที่มีสีขาวจะช่วยบำรุงกระดูกและฟัน แล้วยังมีข่าอ่อนที่ช่วยขับเลือด ขับรก ขับน้ำคาวปลาสำหรับผู้หญิงหลังคลอด และใบมะขามที่สมัยก่อนใช้เข้าตำหรับการอยู่ไฟอีกด้วย
ปล. ทานได้ทุกเพศทุกวัยนะครับไม่เฉพาะแค่คนท้องเท่านั้น