เตือนน้ำมังคุดไม่วิเศษ

อย.เตือนผู้ป่วยอย่าดื่มน้ำมังคุดเพื่อหวังรักษาโรค นอกจากไม่หายอาจทรุดหนัก โดยเฉพาะผู้ป่วยอยู่ระหว่างฉายรังสี กินยาต้านมะเร็ง เบาหวาน ทำให้เลือดข้น คาดมีสเตียรอยด์ผสม

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุข จ.หนองคาย ว่า พบผู้ป่วยหญิง อายุ 81 ปี เข้ารับการรักษาที่ รพ.ด้วยอาการไข้ไอ เหนื่อยเพลีย หลังตรวจร่างกายพบรอยจ้ำเลือดทั่วตัว ต่อมามีอาการท้องเสีย ถ่ายมีมูก ส่งตรวจอุจจาระพบเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเลือดปนในอุจจาระ ซักถามผู้ป่วยพบว่าดื่มน้ำมังคุดยี่ห้อหนึ่งซึ่งโฆษณาว่ารักษาโรคปวดขา วัน ละ 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณเกือบ 1 เดือนอาการปวดขาหาย แต่หลังหยุดดื่ม 2-3 วัน มีอาการปวดทั่วตัว ขยับไม่ได้ ทุรนทุราย แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะไตบกพร่อง และคาดว่าน้ำมังคุดยี่ห้อดังกล่าวอาจมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ โดยมีการสุ่มเก็บตัวอย่างไปตรวจแล้ว

เลขาธิการ อย.กล่าวต่อว่า ในมังคุดมีสารแซนโทน (xanthones) เป็นจำนวนมาก ซึ่งมี คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ต้านมะเร็ง และแก้แพ้ แต่ยังขาดข้อมูลการทดลองทางคลินิกสนับสนุนว่ามังคุดสามารถมีฤทธิ์รักษา โรคดังกล่าวได้ ทั้งนี้เคยมีรายงานในวารสารทางการแพทย์พบผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี ดื่มน้ำมังคุดทุกวันเป็นเวลา 12 เดือน เกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากกรดแลกติกคั่ง ขณะนี้แม้ยังไม่มีรายงานการศึกษาความ เป็นพิษในมนุษย์และไม่พบรายงานการแพ้ที่มีผลถึงชีวิต แต่พบอาการไม่พึงประสงค์ได้หลากหลายในแต่ละคน เช่น ผิวหนังบวม แดง ผื่น คัน ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ มีอาการแพ้ทั่วไป ถ่ายเหลว ลำไส้แปรปรวน และท้องผูก

“ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการฉายรังสี ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาคูมาดิน ยาต้านมะเร็ง ผู้ป่วยที่มีภาวการณ์สร้างเม็ดเลือดแดงมากเกินไปทำให้เลือดข้น ผู้ป่วยเบา หวาน เนื่องจากมีการผสมน้ำตาลจำนวนมากในผลิตภัณฑ์ ผู้ที่กำลังได้รับยารักษาโรค อื่นๆ ไม่ควรปฏิเสธการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน” เลขาธิการ อย.กล่าว

ที่มา: ไทยโพสต์  7-07-53

Relate Post